Work Text:
เอซิเคียลรู้สึกไม่ถูกต้อง
เขาไม่ควรถูกดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้นรบกวนจิตใจ สิ่งที่สมควรอยู่ในใจของเอซิเคียลควรเป็นเรื่องของเซนิต พ่อของเขาและเจ้าหญิงอธานาเซีย เรื่องที่เกิดขึ้นภายในพระราชวังแห่งโอบีเลีย ณ ขณะนี้ และภายในใจของเขาก็ควรจะสงบนิ่ง รอยยิ้มอ่อนโยนประดับใบหน้า
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ ไม่ใช่เลยแม้แต่นิดเดียว เอซิเคียลรู้ดีว่าเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีดังเดิมมาตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องสมุดครั้งก่อน ที่เขาได้พบกับเด็กหนุ่มซึ่งเขามารู้ทีหลังว่าเป็นนักเวทคนนั้น
ยโส จองหองและถือดี
น่าโมโห
น่าโมโหที่นักเวทนั่นสามารถเดินไปทั่วพระราชวังนั่นพร้อมกับรอยยิ้มหยิ่งผยอง เอ่ยคำพูดที่ไร้ซึ่งคำสุภาพนั่นได้ขณะที่เดินเข้าออกแต่ละห้องตามใจชอบ ไม่มีวิถีแห่งผู้ดีอยู่กับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ทว่าเจ้าหญิงก็ยังคงฟังเขา บอกว่าเขาคือเพื่อนคนสำคัญของเธอ
คนแบบนั้นน่ะหรือ? เอซิเคียลไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว แม้กระทั่งตอนที่เกิดเรื่องกับเจ้าหญิง เจ้าหมอนั่นก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เธอเห็นด้วยซ้ำ มีเพียงเขาเท่านั้นที่อยู่ข้างเธอ
แต่ทันทีที่เธอเห็นเขา เธอกลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอดีใจที่ได้พบกับเขา
ทำไม? นั่นคือสิ่งที่เอซิเคียลไม่เคยตอบได้ เขาได้แต่เฝ้ามองเธอลุกขึ้นยืนและเดินออกไปโดยมีนักเวทผู้นั้นใช้ผ้าคลุมคอยบังเอาไว้ให้
“นายกลับไปได้แล้ว นายน้อย”
คำพูดนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวแม้กระทั่งตอนที่เอซิเคียลกลับมาถึงบ้าน เขาละเลยเซนิตที่เฝ้ารอเขามาทั้งวันโดยการเข้าไปหมกอยู่ในห้องหนังสือ เปิดหนังสือหน้าแล้วหน้าเล่าอย่างเหม่อลอย
“ดูไม่สบายใจเลยนะ”เสียงที่ดังจากข้างตัวทำให้เอซิเคียลกลับมามีสติ เขาหันมอง ลุกขึ้นยืนอย่างนอบน้อมเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
“ท่าน...”
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”อนาทาเชียสถามพร้อมกับรอยยิ้ม”ปรึกษาฉันได้นะ”
“ผมน่ะเหรอ...”เอซิเคียลยิ้มบางเบาตอบกลับ เขาไม่จำเป็นต้องให้ชายคนนี้ช่วย สิ่งที่อยู่ในใจเขาก็แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง เขาก็แค่ต้องการเวลาที่จะทำให้ตัวเองสงบลงเท่านั้น ทั้งหมดมีเพียงแค่นั้น
“ไม่มีหรอกครับ”อิเซเคียลส่ายหน้า เก็บหนังสือเข้าชั้น เบี่ยงตัวหลบอีกฝ่ายเพื่อเดินออกจากห้องหนังสือ แต่เสียงของอนาทาเชียสก็ตรึงเขาไว้กับที่อีกครั้งหนึ่ง
“เจ้ากำลังโกรธเกลียดนักเวทผู้นั้นที่แย่งเจ้าหญิงที่ควรจะเป็นของเจ้าใช่หรือไม่?”
ความรู้สึกประหลาดที่เด็กหนุ่มผมขาวไม่สามารถอธิบายได้พุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย เอซิเคียลค่อยๆหันกลับไปสบตากับเจ้าของเรือนผมสีดำด้วยแววตาที่บ้าคลั่งเสียจนคนมองอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างหยามเหยียด
“หรือว่า เจ้าเพียงอิจฉาที่นักเวทคนนั้นทำตัวได้ตามใจอยากกันแน่?”
อนาทาเชียสกอดอก แววตาที่สูญเสียความเยือกเย็นไปจนหมดทำให้เขารู้สึกพอใจ ราวกับได้ย้อนไปยังคืนนั้นที่เขาใช้เวลาร่วมกับน้องชายอีกครั้ง เป็นความรู้สึกที่ดีเยี่ยมเสียจนเขาลืมไม่ลงเลยทีเดียว
“ฉันช่วยได้นะ”ชายหนุ่มกล่าว”แล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น ถูกไหม?”
แต่ดูเหมือนว่าเอซิเคียลจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับอีกฝ่าย เขาสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวฉับๆออกจากห้องไป เสียงกระแทกส้นเท้าที่ไม่สมควรมีทำให้อนาทาเชียสหลุดหัวเราะออกมา
“เด็กหนอเด็ก”
ไม่ มันไม่ใช่ อิเซเคียลย่ำเท้าอย่างลืมตัวไปตามทางเดิน เขาแค่โมโหที่อีกฝ่ายเอาต้องยุ่งวุ่นวายกับเจ้าหญิงต่างหาก ทั้งๆที่ตำแหน่งตรงนั้นสมควรจะเป็นเขา เขารักเจ้าหญิง เขารักเธอและลูคัสก็ไม่สมควรที่จะได้เธอไป!
เพล้ง!
เสียงกระเบื้องตกแตกทำเอาผู้คนโดยรอบสะดุ้งสุดตัว เวลานั้นเองที่เอซิเคียลรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขามองแจกันที่ถูกฟาด หอบหายใจอย่างหนักพลางหลับตาลง
ใช่ น่าโมโหจริงๆที่หมอนั่นสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ
เอซิเคียลเลือกที่จะเข้าวังอีกครั้งในอีกสามวันต่อมา คราวนี้เขาได้พาเซนิตไปด้วย ทั้งสองดูมีสนุกสนานมากขึ้นเมื่อได้เจอกัน แต่ตอนนี้เอซิเคียลไม่ได้สนใจตรงนี้ เขามองไปรอบๆเพื่อค้นหาคนผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลตามที่เขาคาดเอาไว้ ลูคัสยืนอยู่อีกมุมหนึ่ง ใบหน้าที่ล้อมกรอบด้วยผมสีดำยาวดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“ลูคัส”เอซิเคียลยิ้ม”ยินดีที่ได้พบกันคุณอีก”
ดวงตาสีแดงราวทับทิมคู่นั้นแทบจะถลึงใส่เขา ลูคัสยีหัวตัวเองแรงๆอย่างหงุดหงิดแล้วเสหน้ามองไปทางอื่น อิเซเคียลเห็นดังนั้นก็ไม่พูดอะไร กระทั่งเจ้าหญิงและเซนิตมาชวนให้พวกเขาสองคนไปดื่มน้ำชาด้วยกันที่สวน
แน่นอนว่าลูคัสปฏิเสธ แต่เพราะอธานาเซียทำสัญญาณมือบางอย่างใส่อีกฝ่าย เจ้าตัวถึงได้มานั่งด้วยถึงแม้จะหน้าบึ้งสุดๆก็ตาม
“ชานี่หอมอร่อยมากเลยค่ะ”อิเซเคียลกำลังดมกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ลอยฟุ้งขึ้นมาจากถ้วยชาขณะที่เซนิตส่งเสียงชื่นชมอย่างมีความสุข เขาเข้าใจเธอดี ชาจากพระราชวังย่อมต้องมีคุณภาพดีกว่าชาที่บ้านของเขาอยู่แล้ว
“ยินดีที่ชอบค่ะ”อธานาเซียส่งยิ้มให้เซนิต ก่อนจะบุ้ยปากให้กับลูคัสที่นั่งทำหน้าเหม็นเบื่ออยู่ฝั่งตรงข้ามของตัวเอง ลูคัสดูไม่แยแสท่าทางของเธอเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ สีหน้าของอธานาเซียดูดีขึ้นมากขณะที่เธอนั้นยกถ้วยชาขึ้นมาจิบบ้าง
“อร่อยดี”เขาพูดแค่นั้น วางถ้วยลงแล้วคว้าขนมเข้าปาก สายตามองไปทางอื่นอย่างเหม็นเบื่อ เอซิเคียลทำเพียงมองตามครู่หนึ่งจึงกลับมาสนใจที่เด็กสาวทั้งสอง ไม่นานนักเฟลิกซ์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับบอกว่าพระราชามีพระประสงค์อยากให้เจ้าหญิงและเซนิตไปพบ
“เอ๊ะ แต่ว่า”อนาธาเซียมองเขาอย่างเป็นกังวล
“ไม่ต้องห่วงครับ ได้สนทนากับลูคัสก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน”เอซิเคียลตอบพร้อมกับรอยยิ้มละไม เขาเข้าใจความเป็นกังวลของเธอดี
“ไปเถอะน่า”เสียงของลูคัสที่ดังแทรกขึ้นมาทำให้อธานาเซียสะดุ้ง เธอหันกลับไปมองอีกฝ่ายที่นั่งเท้าคางมองหน้าเธอ เด็กสาวลังเลเพียงชั่ววูบก่อนจะเดินตามหลังเฟลิกซ์ไป เซนิตหันมามองเขาครู่หนึ่งแล้วจึงตามทั้งสองไป
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ลูคัสไม่คิดจะสบตาหรือทักทายเอซิเคียล เขาทำเพียงจิบชาไปเรื่อยๆขณะที่สายตาของเอซิเคียลค่อยๆเลื่อนลงต่ำ
“ไม่สงสัยเลยเหรอครับ ว่าทำไมเจ้าหญิงถึงชวนคุณมานั่งด้วยทั้งๆที่ปกติเธอไม่เคยทำเลย”
เขาได้ยินเสียงนักเวทนั่นวางถ้วยชาลงบนจานรองจึงเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มให้กับใบหน้าอันแสนเย็นชาและหยามเหยียดนั่น ลูคัสทำท่าจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างที่ฟังแล้วคงไม่น่าอภิรมย์ แต่ว่า สิ่งที่ออกมากลับกลายเป็นกองเลือดสดๆกองหนึ่ง
“ใช้เวลานานพอตัวเลย แต่ก็ถือว่าเรียบร้อยดี”เอซิเคียลเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน จ้องมองมือที่ปิดริมฝีปากเปื้อนเลือดพลันนึกเสียใจ เขาน่าจะให้อนาทาเชียสใส่ยาให้แรงกว่านี้สักหน่อย
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เจ้าหญิงกับเซนิตเธอปลอดภัย มีเพียงชาในถ้วยของคุณเท่านั้นที่มียาอยู่”เขาเอ่ยเรื่อยๆขณะที่ลูคัสลุกขึ้นยืนและเริ่มถอยหลัง สีหน้าของเขาโดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น...อา เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่ามันงดงามขนาดนี้กำลังจ้องมองมาอย่างไม่ยอมแพ้
“ดูเหมือนคุณจะประมาทเกินไปหน่อยนะ แต่ก็ว่าคุณไม่ได้ ยาพิษที่ผมให้คนใส่ลงไป แม้แต่ตัวพระราชาเองก็ยังไม่รู้ตัว ไม่อย่างนั้นเจ้าหญิงก็คงไม่ต้องเจออะไรแบบนี้”
ลูคัสถอยได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้นเขาก็ล้มลงไป โชคดีที่เอซิเคียลรับร่างของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน เมื่อได้พินิจดูอีกฝ่ายใกล้ๆนี้ เขาก็พบว่าที่เซนิตบอกว่านักเวทผู้นี้งดงามเสียจนคนต้องเหลียวมองนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกินความจริงไปเลย เอซิเคียลยอมรับว่าเขาที่ชินกับอีกฝ่ายในรูปลักษณ์ผมสั้น พอมาเจอผมสีดำยาวที่เข้ากับใบหน้านี้แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะลูบมันอย่างทะนุถนอม
แล้วเอซิเคียลก็รับรู้ว่าเขาโมโหอีกฝ่ายเพราะอะไร เพราะลูคัสไม่ได้อยู่กับเขาต่างหาก
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ยานี่แค่ทำให้คุณบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ผลจริงๆของมันคือทำให้เวทของคุณถูกผนึกชั่วคราว”เขาเอ่ย สองมือค่อยๆช้อนร่างอีกฝ่ายขึ้น มือข้างหนึ่งของลูคัสยังคงปิดปากที่ยังคงกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ในขณะที่อีกมือนั้นกำเสื้อของเขาเอาไว้อย่างอ่อนแรง
ความรู้สึกพุ่งพล่านที่มีมานานเริ่มสงบลง เอซิเคียลส่งยิ้มให้อีกฝ่าย เขาเข้าใจแล้วว่าการที่ได้เห็นอีกฝ่ายจำนนแบบนี้มันสร้างความอภิรมย์ให้เขาขนาดไหน
“อย่าห่วงไปเลยครับ เรื่องที่เหลือผมจะจัดการเอง”เอซิเคียลกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้”ไม่นาน ทุกๆคนก็จะลืมเรื่องของคุณไป”
ดวงตาสีทับทิมคู่นั้นแทบจะเบิกกว้างด้วยความชิงชัง แต่เอซิเคียลสนที่ไหน เขาเดินออกมาจากสวนอย่างสงบนิ่ง ทิ้งไว้เพียงผ้าผูกผมสีแดงของลูคัสและคำพูดที่ลอยไปกับสายลม
“แล้วทีนี้ผมก็จะได้ไม่ต้องอารมณ์เสียที่คุณไปยุ่งกับคนอื่นอีก”
แล้วเขาก็หายตัวไปอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่มีใครรับรู้กระทั่งอีกหลายชั่วโมงต่อมา
