Work Text:
Qterw-F-369
สายสัมพันธ์
เรื่องผีแนวอบอุ่นหัวใจที่หาได้ยากในวิกิ DER — มันเกี่ยวกับเรื่องราวของบ้านตุ๊กตาที่จะดึงดูดคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปแบบสุ่มแล้วเลือกบุคคลที่รู้จักผู้ถูกเลือกจำนวนมากที่สุดมาเป็น “ตัวเอก” จากนั้นเส้นสีแดงเล็ก ๆ ที่เหมือนด้ายจะปรากฏขึ้นรอบนิ้วก้อยของตัวเอกและโยงออกไปผูกนิ้วก้อยของผู้ถูกเลือกคนอื่นที่ตัวเอกคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเหมือนคนในครอบครัว
เพื่อที่จะออกไปให้ได้....
[ บันทึกหมายเลย 3 : เนื่องจากพนักงานคนดังกล่าวไม่มีความรู้สึกเหมือนครอบครัวกับใคร พวกเขาติดอยู่ในนั้นเกือบสามวันเต็ม ระหว่างนั้นเขาได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับพนักงานอีกคน หลังจากนับกันเป็นพี่น้องด้วยใจจริงพวกเขาจึงถูกปล่อยออกมา ]
[ บันทึกหมายเลข 5 : ครอบครัวหนึ่งเขาไปติดอยู่ในนั้นเกือบ 2 ชั่วโมง ด้วยความเครียด พ่อ แม่ และลูกจึงระบายความอัดอั้นออกมา พวกเขาทะเลาะกันสักพัก แต่เมื่อคิดว่าพวกตนเองจะตายในสถานที่ที่ไม่รู้ พวกเขาจึงเริ่มแสดงออกถึงความรักที่จริงใจ หลัง “ตัวเอก” พูดถึงความรู้สึกในฐานะครอบครัวออกมาด้วยใจจริง พวกเขาก็หลุดออกมา ]
ใช่แล้ว หลักการสำคัญคือ “ตัวเอก” ต้องพูดความรู้สึกที่มีต่อฝ่ายตรงข้ามออกมาตรง ๆ อย่างซื่อสัตย์
...
ความมืดนี้ไม่น่ากลัวเลย ผู้ถูกเลือกทุกคนรวมตัวกันในห้องหนังเล่นที่ตกแต่งเหมือนบ้านตุ๊กตา ประดับด้วยสีชมพู ขาว ม่วง โทนพาสเทล โซฟาเองก็นุ่ม ถือซะว่าพักผ่อนสักสองสามชั่วโมงค่อยออกก็ไม่สาย—
[ฮะฮ่า อย่าหลอกตัวเองเลยครับมิสเตอร์กวางโร คุณเหมาะสมแล้วที่จะเป็นตัวเอก!]
คิมซลอึมกลั้นหายใจ เสียงของบราวน์รื่นเริงเป็นพิเศษ อาจจะเพราะด้ายแดงเส้นหนึ่งถูกโยงเข้ากับอุ้งมือของตุ๊กตาเพื่อนแสนดี
ตลกน่า ความมืดนี้รู้ใจเขามากกว่าใจตัวเองอีก มันเป็นไปได้ยังไง? เพื่อนที่ดีกลายเป็นคนในครอบครัวไปได้อย่างไร????
“กวางโร ฉันตื้นตันใจจริง ๆ นั่นแหละนะ... แต่นายผูกพันกับความมืดไม่ได้ นายรู้ใช่ไหม?” อึนฮาเจกระตุกรอยยิ้มบนใบหน้า อารมณ์ในสายตาปนเปยากจะคาดเดา จะว่าดีใจที่น้องเล็กเห็นเธอเป็นคนสำคัญมันก็ใช่อยู่หรอก แต่ความไม่พอใจเมื่อเห็นด้ายแดงบนแขนตุ๊กตานั้นกลับลุกโชนมากกว่า เธอไม่พอใจเลยสักนิดที่ได้รับรู้ว่าตัวอันตรายนั่นถูกนับเป็นครอบครัวของคิมซลอึม
บางทีเขาอาจจะถูกล่อลวง! โดนล้างสมอง!
เนื่องจากความมืดนี้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของบริษัท พวกเขารู้เรื่องที่ควรจะรู้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าเมื่อทีม D ถูกเลือก ด้ายแดงจะถูกผูกมัดเข้ากับทุกคนในทันทีโดยมีกวางโรเป็น “ตัวเอก”
“พวกคุณไม่สนใจหน่อยเหรอครับว่าทำไมสิ่งนี้ถึงมาปรากฏอยู่ในเมืองพิเศษเซกวัง?” คิมซลอึมบ่ายเบี่ยง อยากจะเสนอให้ที่นี่เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ แม้ว่าสมาชิกทุกคนจะรอดพ้นจากการปนเปื้อนแต่เมืองพิเศษเซกวังก็เต็มไปด้วยหายนะรอบด้าน การหยุดอยู่ที่นี่สักพักคงไม่เสียหายอะไร
พัคมินซองยังคงมีรอยยิ้มอบอุ่นหัวใจ แม้เขาจะเป็นคนที่กังวลจนไม่อยากกลับไปยังโลกแห่งความจริงเสมอ “นายจะหลบเลี่ยงหน้าที่ของ “ตัวเอก” ไปตลอดไม่ได้นะซลอึมอา”
เวลาในความมืดนี้เทียบเท่าเวลาของโลกภายนอก เจ้าหน้าที่จากสำนักงานควบคุมภัยพิบัติอาจจะกำลังตื่นตระหนกหาตัวพวกเขาอยู่ก็ได้ นอกนั้นยังมีเจซัม แบคซาฮอน แล้วก็คุณโลมา อา...ต้องรีบออกไปสินะ
“งั้น... ก็มาเริ่มกันเถอะครับ” เขาแสร้งทำเป็นนิ่ง แม้ว่าจะประหม่าจนเหงื่อตก
เนื่องจากทุกคนจะถูกขังจนกว่า “ตัวเอก” จะพูดความรู้สึกต่อปลายด้ายแดงครบ ดังนั้นเราเริ่มจากคนที่น่าเขินน้อยที่สุดเลยดีกว่า
เขาหันไปหาพัคมินซอง
เขาอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองดีนัก อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องทำก็คือเริ่มพูด ความมืดนี้จะกระตุ้นส่วนที่จำเป็นให้เอง
“รุ่นพี่... คุณ... เป็นคนใจดี” แม้คนในทีมจะชอบบอกว่าความเห็นแก่ตัวเป็นยาช่วยชีวิตอย่างหนึ่ง แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดที่จะทิ้งใครไว้ข้างหลังเลยจริง ๆ หากมีทางเลือกอื่น เหมือนกับที่พัคมินซองยอมเสี่ยงทำตามแผนของเขาเพื่อช่วยอึนฮาเจ “คุณอบอุ่น อ่อนโยน แล้วก็คอยปลอบใจผมอยู่เสมอ คุณมักจะซื้อเครื่องดื่มมาให้โดยไม่ถามอะไร แล้วก็คอยซื้ออาหารว่างมาให้เมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมกินข้าวเที่ยง”
ความเขินอายคล้ายจะทยอยละลายลง เหมือนน้ำแข็งที่โดนแสงแดด
“คุณเป็นคนเอาใจใส่ เป็นเหมือนพี่ชายที่พึ่งพาได้ เป็นเหมือนโซฟาบีนแบนที่ผมอยากจะล้มตัวนอนเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้าจากอะไรก็ตาม ราวกับว่าคุณพร้อมที่จะอ้าแขนรับเสมอหากผมล้มลง ไม่ว่าสถานการณ์ไหน คุณก็ดิ้นรนต่อสู้โดยไม่ยอมเป็นภาระ และจะไม่ยอมกลายเป็นปัญหาของคนอื่นเด็ดขาด... ผมเคารพรุ่นพี่มากเลยครับ”
แม้ว่าจะไม่ประหม่าเท่าประโยคแรก แต่หูของคิมซลอึมก็แดงก่ำ พัคมินซองนิ่งงันไปพักใหญ่ สุดท้ายก็หัวเราะออกมาด้วยท่าทีนุ่มนวล ไม่เยาะเย้ย แต่ดูอายนิดหน่อย เขาเอื้อมมือไปตบบ่าของน้องเล็กเบา ๆ (ซลอึมจะเป็นน้องเล็กของพวกเขาเสมอ) “นายก็เป็นน้องเล็กที่น่าเคารพเหมือนกัน คนเก่งของทีม D ที่ขาดไปไม่ได้ยังไงละ”
บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วนเล็กน้อย คิมซลอึมเลี่ยงที่จะมองอีจาฮอนซึ่งยืนเงียบมาตลอดแล้วหันไปทางอึนฮาเจ
[มิสเตอร์กวางโรเป็นที่รักจริง ๆ ! ถูกต้องแล้วครับ คนมีความสามารถอย่างคุณน่ะ ไม่ว่าใครก็ต้องภูมิใจที่มีคุณอยู่ในทีม!]
เงียบก่อนเถอะน่า...
“รุ่นพี่”
“อือหึ๊” อึนฮาเจยืนกอดอกยิ้มกริ่ม คิมซลอึมพลันอยากจะหมุดดินหนีขึ้นมาทันที ทำไมเขาต้องเป็น “ตัวเอก” ด้วยนะ?
“คุณ...เป็นคนที่เข้มแข็งครับ” ไม่จำกัดในเรื่องใด ๆ เธอมีความแข็งแกร่งในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง “เป็นคนประเภทที่ผมไว้วางใจได้เสมอในเรื่องสำคัญ เป็นผู้นำในแบบที่หลาย ๆ คน ต้องการ คุณทั้งเก่งและมีความสามารถ เป็นพี่สาวที่ปกป้องทุกคนได้ครับ”
เขาหลบสายตาของอึนฮาเจก่อนจะปะทะกับศีรษะของกิ้งก่า คิมซลอึมก้มมองพื้นล่ก ๆ ใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าเขาจะนึกได้ว่าต้องพูดอะไร
“คุณเป็นห่วงทุกคนมากกว่าที่แสดงออก ใต้โต๊ะของรุ่นพี่มักจะมีผ้าห่มซักใหม่ทุกวันเก็บไว้เสมอ และถ้าผมหรือรุ่นพี่มินซองเผลอหลับระหว่างวันคุณก็ดึงมันออกมาห่มให้พวกเรา บางครั้งก็ไม่ยอมปลุก ถึงขั้นแอบช่วยปั่นเอกสารส่งแทนเลยก็มี คุณช่างสังเกตมาก อาจเพราะเคยเป็นนักข่าวมาก่อน ถ้าเราไปกินปิ้งย่างด้วยกันแล้วมีของที่ไม่ชอบ คุณก็จะแอบเขี่ยออกไปให้ นอกจากนี้คุณยังคอยปกป้องพวกเรารวมถึงหัวหน้าในสายตาคนภายนอกมาตลอด”
เหมือนคราวที่ช่วยให้เขาปรับตัวกับหัวหน้ากิ้งก่าสมัยเข้าร่วมทีมใหม่ ๆ
“ผมนับถือรุ่นพี่มากเลยครับ เหมือนกับพี่สาวคนหนึ่ง” พี่สาวที่แม้จะไม่ยอมรับกว่าเขากลัวผี แต่ก็จะกระโจนออกมาขวางอันตรายให้เขาเสมอโดยไม่บ่นอะไรเลย
อึนฮาเจผลักไหล่เขา ไม่แซวให้เขินอายอีก ดันจนเขาไปยืนหน้าอีจาฮอน
คิมซลอึมสะดุด “พ่อ—”
อีจาฮอนพูดซ้ำ “พ่อ?”
“ไม่—” คิมซลอึมสำลักอากาศไอค่อกแค่กขณะที่อึนฮาเจกับพัคมินซองหัวเราะคึกคักอยู่ด้านหลัง ความมืดนี้กำลังเล่นเขาแล้ว ต้องรีบออกไปแบบด่วน ๆ เลย “ผมหมายถึง..”
“คุณเหมือนพ่อของผม” อะแฮ่ม “ไม่ คือ”
“คุณคิมซลอึม”
“...ครับ”
“ใจเย็น ๆ “
“...ครับผม”
เขาอยากจะเอาหน้ามุดเข้าไปในกำแพงตอนนี้เลย จริง ๆ นะ
คิมซลอึมสูดลมหายใจ เขาเงยหน้าขึ้น แม้ว่าการเห็นหัวกิ้งก่าขนาดใหญ่บนร่างกายของมนุษย์จะน่ากลัวนิดหน่อย แต่เขาก็ควรจะชินได้แล้วในระดับหนึ่ง ไม่สิ ถ้าจะกล่าวให้ชัดเจนกว่านั้น... “ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ว่า หัวหน้าทีมครับ การที่ได้เห็นหน้าคุณ มันทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยมากเลย”
ประโยคที่ตามมาถ่ายทอดง่ายขึ้นมาก
“แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของคุณเป็นเรื่องหนึ่ง ไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกครับ แต่ว่า หัวหน้าทีม...คุณมีออร่าบางอย่างที่ทำให้อุ่นใจในสถานการณ์แย่ ๆ ให้ความรู้สึกประมาณว่าเรายังมีทางออกอยู่เสมอน่ะครับ”
ภายใต้ชั้นของความกลัวและกังวล ในที่สุดประกายแสงเล็ก ๆ ที่ถูกผ้าทึบคลุมไว้ก็ค่อย ๆ คลี่ออกมา
“คุณมักจะคอยตามแก้ปัญหาให้ผมอยู่เสมอ กระทั่งในจุดที่ผมอาจจะคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ แบกรับภาระมากมายโดยที่ผมอาจจะไม่ทันสังเกต แล้วก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย” น่าตลก คนทีม D ใจดีทุกคนเลยแหะเมื่อนำข้อสรุปมารวมกัน “การปกป้องของคุณช่วยให้ผมมาถึงจุดนี้ครับ คุณเหมือนคุณพ่อ...”
คุณพ่อที่อยากจะงอแงวิ่งไปหาเมื่อหกล้ม คุณพ่อที่พร้อมจะอุ้มเขาขึ้นมาโดยไม่ถามแล้วพาเขากลับไปยังบ้านอันอบอุ่น คุณพ่อที่จะช่วยกางโล่ป้องกันเขาจากมังกรร้ายเหมือนเจ้าชายในนิทาน เหมือนกับสถานที่ปลอดภัยท่ามกลางทุ่งระเบิด
ทีม D เป็นเหมือนบ้านของเขา แม้ว่าจะเป็นบ้านชั่วคราวที่เขาพร้อมจะจากไปเพราะเขามีบ้านแท้จริงอยู่แล้วก็ตาม
แต่ความอ่อนโยนเหล่านั้นเป็นของจริง ประสบการณ์ที่เติมเต็มชีวิตอันแสนหวาดกลัวของเขาให้มีสีสันนั่นก็เป็นเรื่องจริง
“คุณมักให้คำปรึกษาในยามที่ผมไม่รู้จะหันไปทางไหน คุณใส่ใจทีมมากกว่าที่ใครจะคาดถึง แม้แต่ในช่วงเวลาที่ผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ คุณก็ยื่นมือออกมาแล้ว”
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงจากหางตาของคิมซลอึม
ความมืดนี้กำลังกระตุ้นความรู้สึกอ่อนไหวของเขา
อึนฮาเจถอนหายใจเฮือกหนึ่งพลางสบตากับพัคมินซอง พวกเขายิ้มให้กันแล้วอ้าแขนโถมตัวใส่คิมซลอึม บดขยี้ชายหนุ่มไว้ตรงกลางขณะที่กอดกันเป็นรูปสามเหลี่ยม
พวกเขาคล้ายเห็นรอยยิ้มของอีจาฮอน ทำให้นึกถึงเรื่องตลกสมัยก่อนว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดจากภาพหลอนเพราะทำงานหนักเกินไป ตอนนี้ไม่มีใครทักเรื่องอมยิ้มน้อย ๆ ของเขา ทุกคนแบ่งปนช่วงเวลาอันอบอุ่นร่วมกัน เส้นด้ายสามเส้นเรืองแสงเพื่อบอกถึงความสำเร็จ
[ช่างเป็นความรักที่น่าประทับใจ! แต่เพื่อนเอ๋ย คุณลืมบราวน์รึเปล่า?]
“บราวน์?” คิมซลอึมชะงัก พยายามดันทุกคนออกโดยแสร้งว่าต้องการคุยกับเพื่อนแสนดี ทั้งที่จริง ๆ ก็แค่เขิน อึนฮาเจส่งเสียจิ๊จ๊ะ แต่ก็ยอมปล่อยกอด
ยังไงก็ต้องปล่อยให้น้องเล็กทำภารกิจให้เสร็จ
[แขกผู้มีเกีรติจะได้รับบทบาทปิดท้ายงานเสมอ! บราวน์ผู้นี้พร้อมแล้ว คุณพร้อมหรือยัง?]
คิมซลอึมเหลือบมองสมาชิกที่เหลือซึ่งไม่ยอมถอยไปไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องรอดูแน่นอนว่าบราวน์ล่อลวงเขายังไง... ช่างเถอะ หน้าเขาบางไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
เขารู้สึกปวดเหมื่อยด้วยอาการเกร็ง ตัดสินใจนั่งลงบนโซฟานุ่ม ๆ เพื่อลดความประหม่าแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ผล สองมือของเขาประคองตุ๊กตากระต่ายสีชมพูสุดน่ารักไว้เบา ๆ
อันที่จริง... เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงมองบราวน์เป็นครอบครัว
ควรเริ่มจากการอธิบายความรู้สึกง่าย ๆ ก่อน
“คุณน่ากลัวมาก” ถึงขั้นนี่แล้ว คิมซลอึมเริ่มต้นด้วยความจริงใจ 100% “เพราะคุณเป็นเรื่องผีที่ยอดเยี่ยม ทำให้คุณอันตรายแล้วก็น่ากลัว แต่ว่าคุณไม่เหมือนผีพวกนั้น... ที่คุณบอกว่าไร้รสนิยม อันที่จริงแล้วเมื่อเทียบกันคุณค่อนข้างเท่ห์ มีเสน่ห์ แล้วก็เป็นเอกลักษณ์”
ความรู้สึกมากมายที่เขากักเก็บไว้ด้วยความกลัวต่อบราวน์กำลังพรั่งพรู
[นั่นถือเป็นคำชมที่น่าฟังมากครับ]
อึนฮาเจเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
“แม้ว่าจะน่าหวาดหวั่น แต่เมื่อไรก็ไม่รู้เหมือนกันที่ผมเริ่มมองหาคุณทุกครั้งที่มีโอกาส ผมเริ่มรู้สึกสบายใจที่ได้มีคุณอยู่ข้าง ๆ แม้ว่าจะเป็นแค่เสียงก็ตาม คุณช่วยผมมามากกว่าที่ใครจะคาดคิด ค่อยประคองเมื่อขาผมสั่น ไม่แน่ว่าแค่เสียงเคาะนิ้วของคุณก็ทำให้ผมอุ่นใจได้แล้ว”
[โอ้?]
อึนฮาเจเริ่มเอียงตัวเข้ามาใกล้ ๆ
“คุณรู้ความลับของผมเยอะมาก แม้ว่าในตอนแรกมันจะอึดอัด... แต่ว่า ในโลกใบนี้ที่ผมขังตัวเองไว้หลังกำแพง คุณกลับเป็นคนที่เข้าถึงผมมากที่สุด แม้ว่าเราอาจจะไม่ค่อยเข้าใจกันนิด ทะเลาะกันหน่อย กระทั่งผ่านการแยกทางกันมาบ้าง แต่ว่า ลึก ๆ ผมก็แอบคาดหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันจริง ๆ ...ก็เพราะว่า บราวน์ ถึงแม้คุณจ้องจะหาทางเอาเปรียบผมอยู่เสมอ แต่สุดท้ายคุณก็มักจะรับฟังและถอยให้ผมหนึ่งก้าวเช่นกัน ใช่ไหมละ?”
[…แน่นอน! เพราพวกเราเป็นเพื่อนรักกันนี่นา ใช่ไหมมิสเตอร์กวางโร?]
เมื่อมองย้อนไป สิ่งที่ตกหล่นก็ค่อย ๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นในสิ่งที่อาจมองข้ามไป
ไม่ว่ามันจะเป็นพลังอำนาจของตุ๊กตาเพื่อนแสนดีที่บังคับให้บราวน์สนับสนุนเขาหรือไม่ก็ตาม
มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เรื่องผีจะไม่เข้าใจมนุษย์ แม้แต่ความช่วยเหลือเองก็ใช้ว่าจะง่ายต่อการได้รับมา คิมซลอึมเล่นแง่ไปกี่ครั้ง บิดเบือนคำสัญญาไปกี่ครา? เขาติดหนี้บราวน์มากเท่าไรแล้ว?
ไม่น่าไว้ใจ ไม่น่าไว้ใจ ไม่น่าไว้ใจเลยแม้แต่สักนิดเดียว
“คุณมักจะทำให้ผมตึงเครียดอยู่เสมอ แต่ถ้าขาดคุณไปก็รู้สึกไม่สบายใจ คุณมักจะทำให้ผมตื่นตระหนก แต่ก็ช่วยให้ผมสงบและผ่านพ้นสิ่งเลวร้ายไปได้”
ในหลายช่วงเวลา คิมซลอึมรู้สึกเหมือนขาดบราวน์ไปไม่ได้ แม้ว่านั่นจะไม่สมเหตุสมผล แต่เขาก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่จำเป็นต้องมีปัจจัยภายนอกเข้าช่วยหากต้องการหรีไปยังสถานที่ปลอดภัย
คิมซลอึมกำลังสับสน
นี่ใช่ความรู้สึกของครอบครัวจริง ๆ เหรอ?
อึนฮาเจกำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจ พัคมินซองกึ่งห้ามเธอไว้ แต่ก็แค่รอให้ความมืดนี้สิ้นสุดลงเท่านั้น อีจาฮอนดูพร้อมจะใช้กำลังทันทีหากเขาร้องขอ
[นั่นเป็นคำสารภาพรักที่โรแมนติกมากเลยใช่ไหม ? ทำเอาผมตื่นเต้นเลยละ!]
“คุณ...”
[ผมเองก็อยากรู้มากกว่านี้เหมือนกันว่ามิสเตอร์กวางโรคิดอย่างไร แต่เวลาของนักแสดงนั้นมีค่า ได้เวลาโบกมือบ๊ายบายผู้ชมแล้วล่ะครับ!]
เสียงดีดนิ้วดังขึ้น พลันดวงไฟทั้งหมดก็ถูกบังคับให้ดับลง
หลังม่าน
บทบาทคืออะไร
จาฮอน = พ่อ
ฮาเจ = พี่สาวคนโต
มินซอง = พี่ชายคนรอง
ซล = น้องเล็ก
บราวน์ = ตัวอันตรายที่ต้องการจะลักพาตัวซลไป (ลูกเขยธงแดงในสายตาความมืดแห่งนี้)
ฉันอยากเขียนเกี่ยวกับแจควานและชเวเหมือนกัน เจซัมก็ด้วย โดยไม่รู้ตัว ซลอึมน่าจะผูกพันกับพวกเขามากๆๆๆ เลย แต่เนื่องจากฉันไม่มีเวลา ทุกอย่างถุกเขียนแบบเร่งรีบมาก หวังว่าจะมีคนชอบนะคะ
อึนฮาเจคิดว่าซลเสี่ยงเป็นสตอล์กโฮมซินโดรมจากการถูกบราวน์ทำร้าย
